เศรษฐกิจและ iPhone 6

เศรษฐกิจและ iPhone 6

ดูแล้วกระแสตอบรับของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกจาก Apple อย่าง iPhone 6 นั้นจะดีมากๆทีเดียว เพราะนอกจากจะมีการพัฒนาเจ้า iPhone 6s ออกมาวางขายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้แล้ว ยังมีการเปิดเผยข้อมูลอีกว่า การวางขายใน iPhone 6 ในครั้งนี้สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้มากทีเดียว

และในตอนนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน iPhone 6 รายใหญ่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง แม้ว่าหลายๆคนจะคิดว่าเป็นประเทศจีนก็ตามเพราะสามารถก๊อปปี้ iPhone 6 ออกมาได้อย่างรวดเร็วมากก็ตาม อาจจะเพราะว่ามีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้นที่เดียวที่แต่เดิมไม่ใช่ของ Apple แต่ Apple ไปซื้อมาและฐานการผลิตเหล่านั้นก็อยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ทำให้รายได้ของผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นสูงขึ้นมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Murata, TDK, Kyocera, Nidec, Nitto Denko หรือ Alps Electric ซึ่งเพิ่มมากว่า 17% เลยทีเดียวหรือคิดเป้นเงินก็ประมาณ 1.06 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐนั่นเอง

การเติบโตขึ้นนี้ทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นก้าวไกลไปไม่น้อยทีเดียวหลังจากเจอพิษเศรษฐกิจพร้อมกับประเทศอื่นๆทั่วโลกมาสักระยะหนึ่งได้แล้ว อย่างไรก็ตามการเติบโตนี้อาจจะชะลอตัวลงได้จากการที่บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนเครื่องมือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้กับทาง Samsung และ Huawei นั้นอาจจะมีการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ออกมาลดลงจากออเดอร์ที่ลดลงมากกว่า 10% นั่นเอง ซึ่งเขาก็คาดการณืกันว่าจะเป็นไปตามกระแสเศรษฐกิจในช่วงนี้ที่มีผลกระทบในเชิงลดลงกันหลายประเทศเลยทีเดียว แม้แต่ประเทศยักษ์ใหญ่เสือตัวใหม่อย่างประเทศจีนก็ตาม

 

ข่าวลือข่าวลวง ด้านไอที

ข่าวลือข่าวลวง ด้านไอที

สวัสดีพี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการหนังสือนิยายทุกท่านครับเชื่อว่าไม่กี่วันมานี้หลายท่านคงจะได้ยินข่าวลือเรื่องหการเสียชีวิตของนักเขียนนิยายชื่อดังมือหนึ่งของประเทศไทยอย่างคุณทมยันตีอย่างแน่นอนซึ่งผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับข่าวนี้จากการส่งต่อๆ กันมาบนโลกโซเชียลแต่ทว่าเมื่อเช็คไป เช็คมาท้ายที่สุดแล้วก็กลายเป็นเรื่องล้อกันเล่นเสียได้สร้างความหงุดหงิดให้กับแฟนานุแฟนของนักเขียนนิยายทมยันตีเป็นอย่างมากรวมถึงผมได้

ถ้าจะว่าไปเรื่องข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวอันเป็นเท็จเช่นนี้มีมานานแล้วครับโดยในสมัยที่อินเตอร์เน็ตยังไม่ได้รับความนิยม สังคมออนไลน์ไม่ได้กว้างขวางดังเช่นนี้ทุกวันนี้ข่าวลือนั้นๆ มันก็จำกัดอยู่เพียงแค่ว่าการพูดกันแบบปากต่อปากกว่าจะรู้กันในวงกว้างบางครั้งข่าวลือนั้นก็ซาไปเสียแล้วดังนั้นมันจึงไม่ค่อยมีผลกระทบมากมายสักเท่าไหร่ผิดกับสมัยปัจจุบันนี้ที่มีการส่งข่าวลือกันทั้งในไลน์ ในเฟสบุคส์จนทำให้ข่าวลือ ข่าวลวงกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วกลายเป็นไฟลามทุ่มจนทำให้มีเรื่องมีราสวดังทีเห็นตามหน้าเว็บหรือตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอๆ

ในการกำจัดข่าวลือ ข่าวลวงนั้นผมเองเชื่อว่าไม่มีวิธีใดที่ดีไปกว่าการที่ผู้รับสาส์นั้นวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้รวมไปถึงการเช็คข่าวว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก่อนที่จะตัดสินใจแชร์หรือเผยแพร่ข่าวดังกล่าวให้กับผู้อื่นได้รับทราบเพราะอย่าลืมนะครับว่าตอนนี้บ้านเมืองเรามีกฏหมายหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ตแล้วขืนแชร์ไปมั่วๆ อาจจะติดคุกได้ไม่รู้ตัวครับ